มาร์คัส แรชฟอร์ด ชี้แจงไม่ชัวร์เรื่องอนาคตของเขากับแมนยู

มาร์คัส แรชฟอร์ด กองหน้าวัย 19 ปี จาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดออกมาชี้แจ้งว่าตอนนี้เขาจะอยู่กับต้นสังกัดดังกล่าวแต่สำหรับอนาคตของเขากับ แมนยู

ซึ่งตอนนี้กำลังโฟกัสไปที่การคว้าอันดับ 2 ของพรีเมียร์ลีก และแชมป์เอฟเอ คัพ จากกรณีดังกล่าวที่เขาโอกาสลงสนามน้อยนั่นเอง สื่อ

ข่าวของอังกฤษระบุว่า กองหน้าดาวรุ่งผู้นี้ไม่ชัวร์ว่าเขาจะต่อสัญญากับปีศาจแดงหรือไม่ในอนาคต หลังจากที่ อเล็กซิส ซานเชซ กำลัง

เข้ามาเล่นให้กับ ปีศาจแดง ในฤดูกาล 2018-19 ที่กำลังจะมาถึงหลังย้ายจากอาร์เซนอล ด้วยค่าตัวราว 600,000 ปอนด์ หรือ 26 ล้าน

บาท ซึ่งนั่นทำให้นักเตะดาวรุ่งจากทีมชาติอังกฤษถูกจำกัดการลงสนามน้อยลง ล้มโต๊ะ ซึ่งเขาเผยว่าอาจกำลังทบทวนอนาคตของเขา

กับต้นสังกัดใหม่อีกครั้ง ผู้สื่อข่าวรายงานต่ออีกว่า มาร์คัส กำลังโฟกัสไปที่การจบอันดับ 2 ของตารางและการคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ

ฤดูกาลนี้ให้ได้ซึ่งมันเป็นเรื่องสำคัญในทีมและหากว่าเราทำสำเร็จทั้งสองอย่างมันก็จะทำให้ทีมสามารถต่อยอดอะไรได้อีกมากมายซึ่ง

มาร์คัส แรชฟอร์ด

 

มันเป็นการที่ดีกว่าจะคิดเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้น นอกจากนี้ทางผู้สื่อข่าวยังสัมภาษณ์ต่อเรื่องของอนาคตระหว่างเขาและแมนยู ซึ่งนักเตะวัย

19 ปี เผยว่าตอนนี้เรื่องอนาคตของเขากับแมนยูนั้นส่วนตัวยังไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้นเลยอย่างที่บอกว่าเขาโฟกัสเรื่องปัจจุบันก่อน ซึ่งทุก

คนต่างมีความฝันของตัวเองแต่ทุกวันนี้ก็ไม่ได้เล่นฟุตบอลเพื่อตัวเองแต่ทำความฝันเพื่อคนอื่นๆ จากคำตอบดังกล่าวทางผู้สื่อข่าวอาจ

วิเคราะห์ไปว่านักเตะผู้นี้อาจตัดสินใจไม่ต่อสัญญากับต้นสังกัดในอนาคตถ้าหากเขาลงเล่นในสนามน้อยกว่าคนอื่นๆ…

สรุปผลงานการเสริมทัพ ประจำฤดูกาล 2017/2017 ของทีมใหญ่แห่งพรีเมียร์

วันนี้เราจะมา สรุปผลงานการเสริมทัพ ของบรรดาทีมยักษ์ใหญ่จากพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ว่ามีผลงานเป็นอย่างไรและใครที่สอบผ่านกันบ้างแล้ว

สรุปผลงานการเสริมทัพ พรีเมียร์ ลีก 2017/2018

สรุปผลงานการเสริมทัพ

1.”ไอ้ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล

สำหรับ เดอะ กันเนอร์ส อาร์เซน่อล นั้นยังคงใช้ผู้จัดการทีมคนเดิมคือ อาร์แซน เวนเกอร์ หลังจากที่มีเสียงโหวตจากแฟนบอลจำนวนมากให้ไล่เขาออกไป แต่สุดท้ายเขาก็ได้รับการต่อสัญญากับสโมสรออกไปอีก 2 ปี

ช่วงซัมเมอร์พวกเขาคว้านักเตะชั้นดีเข้ามาสู่ทีมอย่าง อเล็กซ็องดร์ ลากาแซ็ตต์ และ เซอัด โคลาซินัช ซึ่งทั้ง 2 คนก็ต่างทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการก้าวขึ้นมายึดตำแหน่งตัวจริงได้ทันทีโดยเฉพาะ ลากาแซ็ตต์ ที่ฟอร์มดีเหลือเกิน

2.”สิงห์โตน้ำเงินคราม” เชลซี

เชลซี เป็นแชมป์ประจำฤดูกาล 2016/2017 และในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาพวกเขาต้องเสีย ดิเอโก้ คอสต้า หัวหอกเจ้าปัญหาที่กลับไปอยู่กับ แอตเลติโก มาดริด แต่ก็ได้ตัว อัลบาโร่ โมราต้า จาก “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด มาแทนที่ ส่วนนักเตะรายอื่นที่ย้ายเข้ามาก็มีทั้ง ติเอมูเอ้ บากาโยโก้ , อันโตนิโอ รือดิเกอร์ , แดนนี่ ดริ้งค์วอเตอร์ และ วิลลี่ กาบาเยโร่

ซึ่งนักเตะที่ย้ายเข้ามาหลายรายก็ยังทำผลงานได้ไม่ค่อยดีในช่วงแรกแต่พออะไรเริ่มเข้าที่เข้าทางพวกเขาก็เริ่มจะมีฟอร์มการเล่นที่ดีขึ้นอย่าง บากาโยโก้ ส่วนในรายของ แดนนี่ ดริ้งค์วอเตอร์ ยังไม่ใช่ฟอร์มที่ดีที่สุดของเขาหลังจากพึ่งหายจากอาการบาดเจ็บ ส่วน รือดิเกอร์ นั้นยังมีตัดสินไม่ได้

3.”หงส์แดง” ลิเวอร์พูล

ลิเวอร์พูล ได้นักเตะคุณภาพอย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เข้ามาสู่ทีมในช่วงซัมเมอร์และก็ทำผลงานได้ดีช่วง 2-3 เดือนแรกกับทีมแต่ในรายของคนอื่นอย่าง แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ยังแทบไม่ค่อยได้ลงเล่นเนื่องจาก เจอร์เก้น คล็อปป์ ชอบใช้งาน อัลแบร์โต้ โมเรโน่ มากกว่า ส่วนนักเตะค่าตัว 35 ล้านปอนด์อย่าง อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ถือว่ายังเล่นได้ไม่คุ้มค่าตัว

4.แมนเชสเตอร์ ซิตี้

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถือว่าเป็นทีมที่เสริมทัพได้ดีมากที่สุดในบรรดาทีมใหญ่ด้วยกัน นักเตะที่พวกเขาซื้อเข้ามาสามารถผสานการเล่นร่วมกับนักเตะเก่าได้เป็นอย่างดีและน่าจะทำให้มีลุ้นแชมป์กันไปยาวๆ

5.แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

สำหรับ “ปีศาจแดง” ต้องบอกว่าคุ้มทีเดียวที่ยอมทุ่มเงิน 75 ล้านปอนด์ไปคว้าตัว โรเมลู ลูกากู มาจากเอฟเวอร์ตัน ซึ่งเขาก็ยิงประตูได้เยอะและ มาติช ที่ย้ายมาก็เล่นได้ดีมากๆ มีแค่ วิคเตอร์ ลินเดลอฟ รายเดียวที่สอบไม่ผ่าน…