ตราหมี ยังชนะไม่เป็นหลังบุกไปเสมอ คาราบัก ถึงถิ่น 0-0

ตราหมี แอตเลติโก มาดริด ทีมแกร่งจาก ลา ลีกา สเปน ยังคงหาชัยชนะใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไม่ได้ล่าสุดพวกเขาพึ่งจะบุกไปเสมอกับ คาราบัก 0-0

ตราหมี ต้องเร่งฟอร์มเก่งโดยด่วนหากหวังเข้ารอบ แชมเปี้ยนส์ ลีก

ตราหมี

คาราบัก ทีมดังจาก อาเซอร์ไบจาน จะต้องเปิดสนาม บากิ โอลิมปิย่า ต้อนรับกมาเยือนของ “ตราหมี” แอตเลติโก มาดริด ทีมจอมแกร่งแห่ง ลา ลีกา สเปน

ผ่านมาแล้ว 2 เกมสำหรับ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กับทีม แอตเลติโก มาดริด พวกเขายังไม่ชนะใครเลย เกมนี้ไม่มีสิทธิ์ใช้งาน เอากุสโต้ เฟร์นานเดซ ที่ได้รับบาดเจ็บ ส่วนนักเตะตัวหลักคนอื่นๆยังพร้อมที่จะลงสนามในเกมนี้ กองหน้าใช้ อ็องตวน กรีซมันน์ และ เควิน กาเมโร่ ลงล่าตาข่าย

เริ่มเกมมาถึงนาทีที่ 12 เจ้าถิ่น คาราบัก ได้จังหวะก่อนจาก มาเฮียร์ เมดาตอฟ พาบอลตะลุยขึ้นมาก่อนจะจ่ายต่อให้ ริชาร์ด อัลเมยด้า ซัดด้วยซ้ายเต็มแรงแต่ยังติดบล็อคผู้เล่นทีมเยือน

เกมดำเนินมาถึงนาทีที่ 25 แอตเลติโก มาดริด เริ่มตั้งตัวได้และจังหวะบ้างจาก ฟิลิปเป้ หลุยส์ เติมขึ้นมาทางซ้ายก่อนจะเปิดให้ นิโกลัส ไกตัน ตะบันด้วยเท้าซ้ายแต่บอลเหินข้ามคานออกไป

เกมยังคงมาในรูปแบบอึดอัดกันทั้ง 2 ฝ่ายเพราะต่างก็กลัวจะโดนยิงประตูขึ้นนำไปก่อนทำให้พวกเขาเล่นกันแบบระมัดระวังกันมากเกินไป

นาทีที่ 36 แอตเลติโก มาดริด มีโอกาสขึ้นนำอีกครั้งจาก ดิเอโก้ โกดิน โหม่งเช็ดให้ ซาอูล ญีเกซ ขึ้นโหม่งเน้นๆแต่บอลยังไม่ผ่านมือ อิบราฮิม เซอิซ ผู้รักษาประตูของเจ้าบ้าน

เกมใกล้จะหมดครึ่งแรกในนาทีที่ 43 เจ้าบ้านได้ลุ้นบ้างจากจังหวะที่ อันซี่ อโกลลี่ ลองยิงไกลด้วยเท้าขวาบอลยังเหินข้ามคานออกไปแบบไม่ได้ลุ้น ทำให้ทั้ง 2 ทีมจบครึ่งแรกกันไปด้วยสกอร์ 0-0

เริ่มเกมมาครึ่งหลัง เจ้าบ้านยังมีจังหวะน่ากลัวให้เห็นในนาทีที่ 63 มาเฮียร์ เมดาตอฟ พาบอลขึ้นมาอีกครั้งก่อนจ่ายต่อให้ ริชาร์ด อัลเมยด้า ยิงด้วยซ้ายแต่ยังติดเซฟของ ยาน โอบลัค จอมหนึบทีมเยือน

นาทีที่ 71 คาราบัก ยังได้เสียวอีกเมื่อ มาเฮียร์ เมดาตอฟ พาบอลแหวกกองหลังก่อนแทงบอลทะลุช่องหใ ดิโน่ เอ็นโลวู ได้ยิงด้วยซ้ายบอลโด่งเหินข้ามคานออกไป

เจ้าบ้านต้องมาเหลือ 10 คนในนาทีที่ 75 เมื่อ ดิโน่ เอ็นโลวู ไปพุ่งล้มจะเอาจุดโทษทำให้ผู้ตัดสินควักใบเหลืองและเป็นใบเหลืองที่ 2 ของเจ้าตัวทำให้โดนใบแดงไล่ออกจากสนามไปทันทีและจบเกมส์ด้วยสกอร์ 0-0 แบบจืดชืด

 …

เปแอสเช แนวรุกพร้อมชน เปิดบ้านรับการมาเยือนจาก นีซ

เปแอสเช ของกุนซืออย่าง อูไน เอเมรี่ เกมนี้จะลงนำทีมพบกับ นีซ ทีมแกร่งจากลีกเอิงด้วยกัน แต่เกมนี้พวกเขาจะไม่ได้ใข้งาน เนย์มาร์ ที่โดนใบแดงจากเกมที่แล้ว

เปแอสเช ยังดูดีกว่าพร้อมเปิดบ้านฉะ นีซ

เปแอสเช

เกมวันศุกร์ที่จะถึงนี้เป็นการพบกันระหว่าง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ที่จะเปิดสนาม ปาร์ก เดส์ แพร็งซ์ ต้อนรับการมาเยือนของ นีซ ทีมดังจากลีกเดียวกันที่มี มาริโอ บาโลเตลลี่ อยู่ในทีม

แมตช์นี้เจ้าบ้านจะไม่มีสิทธิ์ใช้งาน เนย์มาร์ สตาร์กองหน้าชาวแซมบ้าที่ได้รับใบแดงจากนัดที่แล้ว แต่มีข่าวดีคือจะได้ ดานี่ อัลเวส แบ็กขวาจอมบุกกลับมาจากอาการบาดเจ็บ และ โธมัส เมอริเย่ร์ แบ็กขวาดาวรุ่งก็พร้อมลงสนามเช่นเดียวกัน

เนย์มาร์ ถูกใบแดงไล่ออกจากสนามในนัดที่แล้วที่เจอกับ โอลิมปิก มาร์กเซย โดยเขาดันเอาหัวไปโขกกับ ลูคัส โอคัสโปส ปีกของเจ้าถิ่นและโดนไล่ออกในนาทีที่ 87

ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ภายใต้การคุมทัพของ อูไน เอเมรี่ ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมตอนนี้พวกเขาไม่แพ้ใครเลยมา 18 นัดติดต่อกันแล้วจากการลงเล่นทุกรายการอีกทั้งพวกเขายังเป็นเพียงแค่ทีมเดียวเท่านั้นจากลีกเอิง ฝรั่งเศษ ที่ยังไม่เคยแพ้ใครเลย

สถิติการพบกันระหว่าง 2 ทีมนี้ ณ สนาม ปาร์ก เดส์ แพร็งซ์ ตั้งแต่ปี 1932 พวกเขาลงเล่นกันมาแล้วทั้งหมด 33 เกม เจ้าบ้าน เปแอสเช เอาชนะไปได้ 15 และยิงมากถึง 53 ประตู เสมอ 10 และทีมเยือน นีซ ชนะ 8 ครั้งทำได้ 41 ประตูเท่านั้น

ผลงานปัจจุบันของ นีซ พวกเขาฟอร์มไม่ดีนักจนรั้งอันดับที่ 14 ลูเซียง ฟาฟร์ นำทีมแพ้มาแล้ว 4 เกมด้วยกันทางด้านตัวผู้เล่นในเกมนี้จะหมดสิทธิ์ใช้งาน ฌอง-มิเชล เซรี กองกลางตัวเก่ง ที่ได้รับบาดเจ็บบริเวณขา และยังมี มิกกาแอล เลอ บีอ็อง ที่รับบาดเจ็บบริเวณหน้าแข้ง ซางทั้ง 2 รายนี้ต้องพักเกือบเดือนขึ้นไปทั้งนั้น

เกมนี้คาดว่าเขาจะวาง มาริโอ มาโลเตลลี่ เป็นกองหน้าตัวความหวังที่พึ่งหายจากอาการบาดเจ็บน่อง และก็ไม่ได้ลงเล่นในเกมที่แล้วด้วยและมีตัวอย่าง อัลลัน แซงต์-มักซีแม็ง ที่พร้อมลงสนามเช่นเดียวกัน คาดว่าจะมาในระบบ 5-3-2

มาร์ลอร ซานโต๊ส กับ ดันเต้ บอนฟิม ยังคงเป็นกองหลังตัวเก่งจากบราซิลที่เป็นคีย์แมนในแดนหลัง แต่จากตัวผู้เล่นกับฟอร์มแบบนี้แล้วคิดว่า ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ที่ไม่ต่อให้ไม่มี เนย์มาร์ ก็น่าจะเอาชนะไปได้แบบไม่ยากเย็นนัก

 …

วิกฤต ช่างปั้นหม้อ ระบบทีมมีปัญหาจูนไม่ติด

ทีม “ช่างปั้นหม้อ” สโต๊ค ซิตี้ เป็นทีมที่ขึ้นชื่อเรื่องว่าเป็นทีมที่มีเสียงเชียร์ที่ดังที่สุดในพรีเมียร์ลีก วิกฤต ช่างปั้นหม้อ ซึ่งจะทำได้ดีเสมอ หากได้เตะที่บริทาเนียร์

หรือชื่อใหม่ตามสปอนเซอร์คือ เบ็ต 365 สเตเดี้ยมนั่นเอง ซึ่งมีมาร์ค ฮิ้วช์ อดีตยอดดาวเตะทีมชาติเวลส์เป็นผู้จัดการทีม ซึ่งถือว่าเป็นการคุมทีมเป็นฤดูกาลที่ 5 แล้ว

โดยยาวนานที่สุดในการคุมทีมสโมสรของเขา เทียบเท่ากับการคุมทีมแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส เมื่อปี 2004-2008 ซึ่งจาก 4 ฤดูกาลที่ผ่านมา ผู้จัดการทีมทำผลงานได้ดีเกินคาด

โดยสามารถพาทีมจบครึ่งบนของตารางในสามฤดูกาลแรกที่คุมทีม โดยจบที่อันดับที่ 9 ของตารางทั้ง 3 ฤดูกาล แต่ฤดูกาลล่าสุดกลับทำได้เพียงอันดับที่ 13 เท่านั้น

แต่ก็ไม่ถึงกับต้องลุ้นหนีการตกชั้นอะไรมากมาย ซึ่งก็ถือว่ายังเป็นผลงานที่พอรับได้อยู่

ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา สโต๊ค ซิตี้ ก็เหมือนมีการถ่ายเลือดใหม่ โดยพวกเขาเสียนักเตะที่เป็นตัวหลักในฤดูกาลก่อนๆ ไปหลายรายทีเดียว ทั้งโจนาธาน วอลเตอร์ส

กองหน้าขาลุย เกล็น วีแลน กองกลางตัวเก๋า ฟิล บาร์สลี่ย์ แบ็คขวาจอมบู๊ รวมไปถึงการเสียมาร์โก อเนาโตวิช ตัวรุกคนเก่งชาวออสเตรียที่ย้ายไปเวสต์แฮม ยูไนเต็ด

วิกฤต ช่างปั้นหม้อ

วิกฤต ช่างปั้นหม้อ

ด้วยค่าตัวกว่า 25 ล้านปอนด์ รวมถึงการปล่อยโบยาน เกร์กิช กองหน้าร่างเล็กไปให้กับอลาเบส ทีมในบ้านเกิดของนักเตะยืมตัวด้วย แต่ทีมก็ได้นักเตะมาแทนหลายราย

โดยส่วนใหญ่เป็นการยืมนักเตะมาใช้งานมากกว่า ทั้งเคิร์ต ซูม่า ปราการหลังดาวรุ่งที่ยืมมาจากเชลซี เฆเซ่ โรดริเกซ กองหน้าชาวสเปนที่ยืมจากปารีส แซงต์ แชร์กแมง

โดยมีออปชั่นในการซื้อขาดหากทำผลงานได้ดี โดยได้เควิน วิมเมอร์ กองหลังทีมชาติออสเตรียจากท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ด้วยค่าตัวกว่า 17.5 ล้านปอนด์

รวมไปถึงได้นักเตะที่หมดสัญญาจากสโมสรเก่าอย่างดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ กองกลางตัวเก๋าชาวสก็อตแลนด์ และเอริค มักซิม ชูโป โมติง ตัวรุกชาวแคเมรูนที่หมดสัญญากับชาลเก้ 04 ทีมในเยอรมันด้วย

เริ่มฤดูกาลมาแล้ว 6 นัด แต่สโต๊ค ซิตี้ กลับเก็บไปได้เพียง 5 คะแนนเท่านั้น โดยชนะได้เพียงแค่นัดเดียวเท่านั้น โดยเป็นการเปิดบ้านเฉือนเอาชนะอาร์เซน่อลไปได้ 1-0

จากการทำประตูชัยของเฆเซ่ โรดริเกซ และยังสามารถแบ่งแต้มใหญ่กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดได้ด้วย แต่นอกนั้นกลับแพ้ให้กับนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด เชลซี

และเอฟเวอร์ตัน และเสมอกับเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ทำให้สถานการณ์ของทีมไม่ดีนัก ต้องตกไปอยู่ท้ายตารางในปัจจุบัน…