สิงห์บลูส์ หวิดเจ็งคารัง อาซาร์ ซัดเบิ้ลไล่เจ๊า โรม่า สุดมัน 3-3

สิงห์บลูส์ เชลซี เกือบตายคารัง สแตมฟอร์ด บริดจ์ แล้วเมื่อล่าสุดพวกเขาเสมอกับ “หมาป่าเหลือง-แดง” โรม่า แบบสุดมัน 3-3 เกมนี้ อาซาร์ เหมาคนเดียว 2 ประตู

อาซาร์ กู้ชีพ สิงห์บลูส์ ไล่ตีเสมอ โรม่า มันหยด 3-3

สิงห์บลูส์

เกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่สนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ เป็นการพบกันของ 2 ยักษ์ใหญ่จากกลุ่มซี โดย เชลซี จะเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ “หมาป่ากรุงโรม” โรม่า จากอิตาลี

ทีมของ อันโตนิโอ คอนเต้ ฟอร์มไม่ค่อยดีเท่าไหร่หลังจากแพ้ใน พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ มาแล้ว 2 นัดติดต่อกัน เกมนี้ขาด วิคเตอร์ โมเสส, เอ็นโกโล่ กองเต้ และ แดนนี่ ดริ้งค์วอเตอร์ ที่บาดเจ็บทั้งหมด แนวรุกใช้ เอแด็น อาซาร์ และ อัลบาโร่ โมราต้า ในการทำเกมรุก

ทีมเยือน โรม่า เกมนี้ไม่ได้ใช้งาน คอสตาส มาโนลาส หลังจอมแกร่งที่บาดเจ็บ นอกจากนี้ยังมี ปาทริค ชิค ที่เจ็บอยู่ก่อนแล้วด้วย แนวรุกใช้ ดีเอโก้ เปร็อตติ ร่วมกับ เอดิน เซโก้ ลาตาข่าย

เกมเริ่มมาแบบดุเดือดเลย 5 นาทีเจ้าบ้านได้จังหวะก่อนจาก เอแด็น อาซาร์ จ่ายบอลให้ อัลบาโร่ โมราต้า ยิงแปด้วยเท้าขวาบอลไปตรงตัว อลิสซอน ผู้รักษาประตูทีมเยือน

เชลซี ยังขึงทำเกมรุกได้มากกว่าทีมเยือนและมาออกนำได้ในนาทีที่ 11 จาก ฮวน เฮซุส สกัดบอลไม่ได้ก่อนที่ ดาวิด ลุยซ์ จะเก็บได้และปั่นด้วยขวาบอลตุงตาข่ายเข้าไป 1-0

หลังจากนั้น 10 นาที ฮวน เฮซุส คนเดิมสกัดบอลไม่ดีอีกแล้วคราวนี้เป็น เอแด็น อาซาร์ เก็บได้ ก่อนกระชากไปยิงด้วยขวาบอลพุ่งเฉี่ยวเสาออกไป

นาทีที่ 37 เจ้าบ้านหนีห่างเป็น 2-0 อัลบาโร่ โมราต้า ยิงบอลไปโดนกองหลังทีมเยือนก่อนที่ เอแด็น อาซาร์ จะตามซ้ำจ่อๆเข้าไปไม่เหลือ

ช่วงท้ายครึ่งแรก โรม่า มาได้ประตูตีไข่แตกจาก อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ ยิงด้วยซ้ายไปแฉลบ คริสเตียนเซ่น นิดนึงเปลี่ยนทางเข้าประตูไป 2-1

กลับลงมาเล่นครึ่งหลัง เชลซี ยังคงทำเกมรุกกันอย่างสนุกสนานและส่ง เปโดร โรดริเกซ ลงมาเป็นสำรองก่อนที่จะไหลบอลให้ บากาโยโก้ ยิงจากแถวสองบอลเหินข้ามคาน

นาทีที่ 64 เจ้าบ้านมาเสียประตูตีเสมอจนได้เมื่อ เฟเดริโก้ ฟาซิโอ วอลบอลยาวให้ เอดิน เซโก้ วอลเล่ย์ ด้วยซ้ายแบบไม่จับบอลพุ่งเสียบตาข่ายแบบสวยงาม เสมอกัน 2-2…

เปแอสเชโชว์โหด ไล่ถล่ม อันเดอร์เลชท์ ยับเยิน 0-4 แชมเปี้ยนส์ ลีก

แนวรุก เปแอสเชโชว์โหด ในเกมนี้โชว์ให้เห็นถึงศักยภาพที่เปี่ยมล้นด้วยการบุกถล่ม อันเดอร์เลชท์ คาบ้าน ด้วยสกอร์ 0-4 ที่สนาม กงสต็องต์ ฟานเด้น สต็อค สเตเดี้ยม

เปแอสเชโชว์โหด ฟอร์มสด บุกเอาชนะ อันเดอร์เลชท์ ถึงถิ่น 0-4

เปแอสเชโชว์โหด

อันเดอร์เลชท์ ในเกมนี้จะเปิดสนาม กงสต็องต์ ฟานเด้น สต็อค สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง จากฝรั่งเศษ ในรอบแบ่งกลุ่ม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

เกมนี้เจ้าบ้านได้ สเวน คุมส์ กลับมาการพ้นโทษแบนและลงสนามเล่นกับ เดนนิส อัปเปียห์ และ อาเดรียง เตรแบล

ทางด้านทีมเยือนจากฝรั่งเศษเกมนี้ ใช้งาน 3 ประสานแนวรุกอย่าง เอดิสัน คาวานี่ ,เนย์มาร์ และ คีลิยัน เอ็มปัปเป้ แดนกลางวาง มาโก แวร์รัตติ ,เลย์วิน กูร์กซาว่า และ ติอาโก้ มอตต้า

ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ออกนำอย่างรวดเร็วแค่ 3 นาทีเท่านั้นจาก มาร์โก แวร์รัตติ เล่นชิ่งกับ คีลิยัน เอ็มปัปเป้ ก่อนที่หัวหอกเลือดน้ำหอมจะหลุดไปยิงด้วยขวาบอลลอดขา มัตซ์ เซลส์ ผู้รักษาประตูเจ้าบ้านเข้าไป

เกมเริ่มาได้ 32 นาที ทีมเยือนเกือบจะต้องเสีย อาเดรียง ราบิโอต์ เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บบริเวณข้อเท้าซ้ายแต่แพทย์อนุญาติให้กลับมาลงสนามได้

ก่อนจะหมดครึ่งแรกในนาทีที่ 44 ปารีส แซงต์-แชร์กแมง หนีห่างเป็น 2-0 เนย์มาร์ ได้ยิงจากระยะ 20 หลา แต่บอลไปติดผู้รักษาประตูปัดออกมาก่อน เอ็มปัปเป้ จะโหม่งต่อให้ เอดิสัน คาวานี่ กองหน้าตัวเก๋ง โหม่งระยะเผาขนเข้าไปไม่เหลือ ทีมเยือนนำ 0-2

ลงมาเล่นครึ่งหลังยังเป็นเป็น ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ที่ทำได้ดีกว่าในทุกส่วนของสนาม นาทีที่ 57 คาวานรา ได้ยิงด้วยซ้ายจากด้านขวาบอลเข้าประตูไปแต่ผู้ตัดสินไม่ให้ เนื่องจากมองว่าหัวหอกรายนี้ล้ำหน้า

นาทีที่ 62 โซฟิยาน อานนี่ กัปตันทีม อันเดอร์เลชท์ ได้จังหวะยิงฟรีคิกด้วยเท้าขวาระยะ 20 หลา แต่ อาเรโอล่า นายทวารทีมเยือนจังปฏิเสธไว้ได้

หลังจากนั้นไม่นานทีมเยือนมาทำประตู 3-0 ได้สำเร็จจาก เนย์มาร์ ที่ยิงฟรีคิก ระยะ 20 หลา บอลพุ่งเข้าเสียบเสาแรกเข้าไปอย่างสวยงามทีเดียว

ทีมเยือนยังเดินหน้าบุกแหลก คาวานี่ ได้ยิงจากบริเวณกรอบเขตโทษด้านขวา แต่ผู้ตัดสินยังชี้ว่าเป็นลูกล้ำหน้าอีกครั้งหนึ่ง

ช่วงท้ายเกมนาทีที่ 82 อัลเคล ดิ มาเรีย ที่ลงมาเป็นสำรองจ่ายบอลให้ เอ็มปัปเป้ ยิงด้วยซ้าย บอลพุ่งแรงแต่ไปชนเสา

สุดท้ายมาได้ประตูปิดกล่องจาก อังเคล ดิ มาเรีย ที่กระชากยิงในนาทีที่ 88 ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เอาชนะไปได้ 4-0…

มนุษย์ต่างดาวโชว์เทพ ทั้งยิงทั้งจ่ายช่วย บาร์เซโลน่า ทุบ โอลิมเปียกอส

เกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม ดี เป็นการพบกันระหว่าง “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า ที่เปิดบ้านรับการมาเยือนทีมจากกรีซก่อนที่ มนุษย์ต่างดาวโชว์เทพ

มนุษย์ต่างดาวโชว์เทพ ช่วยทีมทั้งยิงและจ่าย

มนุษย์ต่างดาวโชว์เทพ

เกมที่สนาม คัมป์ นู เป็นการพบกันระหว่าง “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า ที่จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ โอลิมเปียกอส สโมสรชื่อดังจากประเทศกรีซ โดยเจ้าบ้านหวังได้ 3 คะแนนเท่านั้นจากเกมนี้

แนวรุกเจ้าบ้านใช้งานทั้ง ลิโอเนล เมสซี่ ประสานงานร่วมกับ หลุยส์ ซัวเรส ลงล่าตาข่าย แดนกลางยังคงใช้ อิวาน ราคิติช และ เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ และ อันเดรียส อินเนียสต้า ประสานงานกัน

“เจ้าบุญทุ่ม” ได้เปิดฉากก่อนจากจังหวะที่ เคราร์ด เดวโลเฟว เปิดบอลเข้ามาให้ ซามูแอล อุมติตี้ กองหลังประจำทีม ที่เติมเข้ามาโหม่งเช็ดบอลเกือบเข้าประตู

เจ้าบ้านยังคงเล่นเกมบุกได้เหนือกว่าโดยมาออกนำ 1-0 จนได้จากจังหวะที่ ดิมิตริส นิโคลาอู สกัดบอลได้ไม่ดีทำให้บอลไหลเข้าประตูตัวเองไป บาร์เซโลน่า นำ 1-0

ช่วงท้ายครึ่งแรก บาร์เซโลน่า เจ้าบ้านต้องมาเหลือ 10 คนจากจังหวะที่ เปิดบอลจากด้านขวาเข้ามาในกรอบเขตโทษ เคราร์ด ปีเก้ กองหลังตัวเก่ง วิ่งสลัดหนีตัวกระกบขึ้นมาพร้อมจะเข้าชาร์จแต่ ผู้ตัดสินมองว่าจงใจใช้มือในการเล่นด้วยทำให้เขาถูกใบเหลืองที่ 2 ไล่ออกจากสนามไปในที่สุดทำและจบครึ่งแรกด้วยสกอร์ 1-0 และเหลือผู้เล่นแค่ 10 คน เท่านั้น

ครึ่งหลังเจ้าบ้านถึงแม้ว่าตัวผู้เล่นจะน้อยกว่าแต่ยังคงครองบอลได้มากกว่าทีมเยือนและมาได้ประตูหนีห่างเป็น 2-0 ในนาทีที่ 61 จากจังหวะฟรีคิก ลิโอเนล เมสซี่ ปั่นบอลโค้งด้วยเท้าซ้ายข้างถนัดบอลเสียบตาข่างไปแบบสวยงาม

ทีมเยือนดูจะช็อกลงไปมากถัดมาแค่ 3 นาทีเท่านั่นมาโดนประตู 3-0 จากการที่ ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้าอัจฉริยะ ลากบอลเข้าหากองหลังก่อนจ่ายต่อให้ ลูก้าส์ ดีญ ที่เติมขึ้นมาทางด้านซ้ายและแข้งเลือดน้ำหอมก็สังหารด้วยซ้ายข้างถนัดเต็มข้อเข้าไปไม่เหลือ เจ้าบ้านออกนำ 3-0

โอลิมเปียกอส มาได้ประตูตีไข่แตกจากจังหวะที่ ดิมิตริส นิโคลาอู ที่ช่วยยิงไล่ให้กับทีมเยือนตามมาห่างๆ 3-1 แต่สุดท้ายก็ไม่ทันจบ 90 นาทีด้วยชัยชนะของ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า 3-0

เกมนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดว่าทั้งเรื่องศักยภาพของตัวผู้เล่นและแผนการเล่นของทั้ง 2 ทีมนั้น ยังต่างชั้นกันค่อนข้างเยอะและโอกาสในการเข้ารอบต่อไปของ อัลซูลกราน่า ก็สดใสมากขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน…

ตราหมี ยังชนะไม่เป็นหลังบุกไปเสมอ คาราบัก ถึงถิ่น 0-0

ตราหมี แอตเลติโก มาดริด ทีมแกร่งจาก ลา ลีกา สเปน ยังคงหาชัยชนะใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไม่ได้ล่าสุดพวกเขาพึ่งจะบุกไปเสมอกับ คาราบัก 0-0

ตราหมี ต้องเร่งฟอร์มเก่งโดยด่วนหากหวังเข้ารอบ แชมเปี้ยนส์ ลีก

ตราหมี

คาราบัก ทีมดังจาก อาเซอร์ไบจาน จะต้องเปิดสนาม บากิ โอลิมปิย่า ต้อนรับกมาเยือนของ “ตราหมี” แอตเลติโก มาดริด ทีมจอมแกร่งแห่ง ลา ลีกา สเปน

ผ่านมาแล้ว 2 เกมสำหรับ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กับทีม แอตเลติโก มาดริด พวกเขายังไม่ชนะใครเลย เกมนี้ไม่มีสิทธิ์ใช้งาน เอากุสโต้ เฟร์นานเดซ ที่ได้รับบาดเจ็บ ส่วนนักเตะตัวหลักคนอื่นๆยังพร้อมที่จะลงสนามในเกมนี้ กองหน้าใช้ อ็องตวน กรีซมันน์ และ เควิน กาเมโร่ ลงล่าตาข่าย

เริ่มเกมมาถึงนาทีที่ 12 เจ้าถิ่น คาราบัก ได้จังหวะก่อนจาก มาเฮียร์ เมดาตอฟ พาบอลตะลุยขึ้นมาก่อนจะจ่ายต่อให้ ริชาร์ด อัลเมยด้า ซัดด้วยซ้ายเต็มแรงแต่ยังติดบล็อคผู้เล่นทีมเยือน

เกมดำเนินมาถึงนาทีที่ 25 แอตเลติโก มาดริด เริ่มตั้งตัวได้และจังหวะบ้างจาก ฟิลิปเป้ หลุยส์ เติมขึ้นมาทางซ้ายก่อนจะเปิดให้ นิโกลัส ไกตัน ตะบันด้วยเท้าซ้ายแต่บอลเหินข้ามคานออกไป

เกมยังคงมาในรูปแบบอึดอัดกันทั้ง 2 ฝ่ายเพราะต่างก็กลัวจะโดนยิงประตูขึ้นนำไปก่อนทำให้พวกเขาเล่นกันแบบระมัดระวังกันมากเกินไป

นาทีที่ 36 แอตเลติโก มาดริด มีโอกาสขึ้นนำอีกครั้งจาก ดิเอโก้ โกดิน โหม่งเช็ดให้ ซาอูล ญีเกซ ขึ้นโหม่งเน้นๆแต่บอลยังไม่ผ่านมือ อิบราฮิม เซอิซ ผู้รักษาประตูของเจ้าบ้าน

เกมใกล้จะหมดครึ่งแรกในนาทีที่ 43 เจ้าบ้านได้ลุ้นบ้างจากจังหวะที่ อันซี่ อโกลลี่ ลองยิงไกลด้วยเท้าขวาบอลยังเหินข้ามคานออกไปแบบไม่ได้ลุ้น ทำให้ทั้ง 2 ทีมจบครึ่งแรกกันไปด้วยสกอร์ 0-0

เริ่มเกมมาครึ่งหลัง เจ้าบ้านยังมีจังหวะน่ากลัวให้เห็นในนาทีที่ 63 มาเฮียร์ เมดาตอฟ พาบอลขึ้นมาอีกครั้งก่อนจ่ายต่อให้ ริชาร์ด อัลเมยด้า ยิงด้วยซ้ายแต่ยังติดเซฟของ ยาน โอบลัค จอมหนึบทีมเยือน

นาทีที่ 71 คาราบัก ยังได้เสียวอีกเมื่อ มาเฮียร์ เมดาตอฟ พาบอลแหวกกองหลังก่อนแทงบอลทะลุช่องหใ ดิโน่ เอ็นโลวู ได้ยิงด้วยซ้ายบอลโด่งเหินข้ามคานออกไป

เจ้าบ้านต้องมาเหลือ 10 คนในนาทีที่ 75 เมื่อ ดิโน่ เอ็นโลวู ไปพุ่งล้มจะเอาจุดโทษทำให้ผู้ตัดสินควักใบเหลืองและเป็นใบเหลืองที่ 2 ของเจ้าตัวทำให้โดนใบแดงไล่ออกจากสนามไปทันทีและจบเกมส์ด้วยสกอร์ 0-0 แบบจืดชืด

 …