สรุปผลงานการเสริมทัพ ประจำฤดูกาล 2017/2017 ของทีมใหญ่แห่งพรีเมียร์

วันนี้เราจะมา สรุปผลงานการเสริมทัพ ของบรรดาทีมยักษ์ใหญ่จากพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ว่ามีผลงานเป็นอย่างไรและใครที่สอบผ่านกันบ้างแล้ว

สรุปผลงานการเสริมทัพ พรีเมียร์ ลีก 2017/2018

สรุปผลงานการเสริมทัพ

1.”ไอ้ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล

สำหรับ เดอะ กันเนอร์ส อาร์เซน่อล นั้นยังคงใช้ผู้จัดการทีมคนเดิมคือ อาร์แซน เวนเกอร์ หลังจากที่มีเสียงโหวตจากแฟนบอลจำนวนมากให้ไล่เขาออกไป แต่สุดท้ายเขาก็ได้รับการต่อสัญญากับสโมสรออกไปอีก 2 ปี

ช่วงซัมเมอร์พวกเขาคว้านักเตะชั้นดีเข้ามาสู่ทีมอย่าง อเล็กซ็องดร์ ลากาแซ็ตต์ และ เซอัด โคลาซินัช ซึ่งทั้ง 2 คนก็ต่างทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการก้าวขึ้นมายึดตำแหน่งตัวจริงได้ทันทีโดยเฉพาะ ลากาแซ็ตต์ ที่ฟอร์มดีเหลือเกิน

2.”สิงห์โตน้ำเงินคราม” เชลซี

เชลซี เป็นแชมป์ประจำฤดูกาล 2016/2017 และในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาพวกเขาต้องเสีย ดิเอโก้ คอสต้า หัวหอกเจ้าปัญหาที่กลับไปอยู่กับ แอตเลติโก มาดริด แต่ก็ได้ตัว อัลบาโร่ โมราต้า จาก “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด มาแทนที่ ส่วนนักเตะรายอื่นที่ย้ายเข้ามาก็มีทั้ง ติเอมูเอ้ บากาโยโก้ , อันโตนิโอ รือดิเกอร์ , แดนนี่ ดริ้งค์วอเตอร์ และ วิลลี่ กาบาเยโร่

ซึ่งนักเตะที่ย้ายเข้ามาหลายรายก็ยังทำผลงานได้ไม่ค่อยดีในช่วงแรกแต่พออะไรเริ่มเข้าที่เข้าทางพวกเขาก็เริ่มจะมีฟอร์มการเล่นที่ดีขึ้นอย่าง บากาโยโก้ ส่วนในรายของ แดนนี่ ดริ้งค์วอเตอร์ ยังไม่ใช่ฟอร์มที่ดีที่สุดของเขาหลังจากพึ่งหายจากอาการบาดเจ็บ ส่วน รือดิเกอร์ นั้นยังมีตัดสินไม่ได้

3.”หงส์แดง” ลิเวอร์พูล

ลิเวอร์พูล ได้นักเตะคุณภาพอย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เข้ามาสู่ทีมในช่วงซัมเมอร์และก็ทำผลงานได้ดีช่วง 2-3 เดือนแรกกับทีมแต่ในรายของคนอื่นอย่าง แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ยังแทบไม่ค่อยได้ลงเล่นเนื่องจาก เจอร์เก้น คล็อปป์ ชอบใช้งาน อัลแบร์โต้ โมเรโน่ มากกว่า ส่วนนักเตะค่าตัว 35 ล้านปอนด์อย่าง อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ถือว่ายังเล่นได้ไม่คุ้มค่าตัว

4.แมนเชสเตอร์ ซิตี้

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถือว่าเป็นทีมที่เสริมทัพได้ดีมากที่สุดในบรรดาทีมใหญ่ด้วยกัน นักเตะที่พวกเขาซื้อเข้ามาสามารถผสานการเล่นร่วมกับนักเตะเก่าได้เป็นอย่างดีและน่าจะทำให้มีลุ้นแชมป์กันไปยาวๆ

5.แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

สำหรับ “ปีศาจแดง” ต้องบอกว่าคุ้มทีเดียวที่ยอมทุ่มเงิน 75 ล้านปอนด์ไปคว้าตัว โรเมลู ลูกากู มาจากเอฟเวอร์ตัน ซึ่งเขาก็ยิงประตูได้เยอะและ มาติช ที่ย้ายมาก็เล่นได้ดีมากๆ มีแค่ วิคเตอร์ ลินเดลอฟ รายเดียวที่สอบไม่ผ่าน…

เดอะ กันเนอร์ส พร้อมปล่อย อเล็กซิส ซานเชส หากได้เงิน 30 ล้านปอนด์

กลายเป็นประเด็นให้พูดถึงอีกแล้วสำหรับสโมสร เดอะ กันเนอร์ส อาร์เซน่อล เมื่อล่าสุดมีข่าวว่าพวกเขาอาจจะปล่อยตัว อเล็กซิส ซานเชส ออกจากทีม

เดอะ กันเนอร์ส เล็งปล่อยตัว ซานเชส ให้ทีมอี่นช่วงปีใหม่นี้

เดอะ กันเนอร์ส

จากการเปิดเผยของ เดอะ ซัน สื่อจอมแฉแห่งเกาะอังกฤษ เผยว่า “ไอ้ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล พร้อมที่จะปล่อยตัวนักเตะตัวเก่งอย่าง อเล็กซิส ซานเชส ออกจากทีมในช่วงตลาดนักเตะหน้าหนาวนี้หลังจากที่เขาใกล้จะหมดสัญญากับสโมสรและอาจมีความเสี่ยงที่จะต้องเสียตัวฟรีๆ

นอกจากนี้ยังมีการเผยอีกว่า อาร์เซน่อล พร้อมจะตอบรับข้อเสนอจากสโมสรใดก็ตามที่ยื่นเข้ามาสู่ขอมีมูลค่ามากกว่า 30 ล้านปอนด์ ซึ่งหลังจากจบฤดูกาลนี้ อเล็กซิส ซานเชส จะหมดสัญญากับสโมสรและจะสามารถย้ายทีมได้แบบฟรีเอเยนต์

ประเด็นการย้ายทีมของดาวเตะทีมชาติชิลีวัย 28 ปี รายนี้มีมาตั้งแต่ก่อนตลาดนักเตะช่วงซัมเมอร์จะเปิดตัวขึ้นเสียอีก หลังจากที่ อเล็กซิส ซานเชส ดูจะไม่ค่อยพอใจเกี่ยวกับฟอร์มของทีมและพร้อมจะโยกย้ายไปหาสโมสรที่มีโอกาสจะทำให้เขาประสบความสำเร็จมากกว่านี้

สำหรับอดีตดาวเตะ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า ตอนนี้กำลังตกเป็นเป้าหมายของ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ตอนนี้มีเจ้านายเก่าของเขาอย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุมบังเหียนอยู่และก็มีโอกาสค่อนข้างมากหากทั้งคู่จะได้กลับมาร่วมงานกันอีกครั้งในถิ่น เอติฮัด สเตเดี้ยม ซึ่งทางด้านทีมยักษ์ใหญ่จากแมนเชสเตอร์ก็ไม่มีปัญหาเรื่องเงินอย่างแน่นอนหากจะต้องจ่ายตามที่ อาร์เซน่อล เรียกร้อง

น่าเห็นใจสำหรับแฟนบอล อาร์เซน่อล ที่พวกเขาอาจจะต้องเสียนักเตะคนสำคัญทีเดียวถึง 2 คนด้วยกันโดยยังมี เมซุต โอซิล ที่ตอนนี้อนาคตของเขายังเป็นเครื่องหมายคำถามและเชื่อว่าเขาพร้อมจะย้ายทีมแน่นอนหากมีสโมสรยื่นข้อเสนอเข้ามาและสามารถให้ค่าเหนื่อยได้มากพอตามที่เขาต้องการ

ซานเชส นั้นถือเป็นหัวใจสำคัญในแนวรุกของ “ไอ้ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล นับตั้งแต่ย้ายมาจาก บาร์เซโลน่าร่วมกับ เมซุต โอซิล แต่การที่ อาร์เซน่อล ไม่สามารถทุบเพดานค่าเหนื่อยให้กับนักเตะได้ทำให้เขาจะไม่มีใจที่จะอยู่กับทีมต่อไป

อย่างไรก็ตามเราต้องมาค่อยจับตาดูว่าจะมีสโมสรไหนติดต่อเข้ามาเพื่อซื้อตัวเขาไปร่วมทีม เพราะเชื่อกันว่า อาร์แซน เวนเกอร์ จะไม่ยอมเสียสตาร์ทีมชาติชิลีรายนี้ไปแบบฟรีๆในช่วงซัมเมอร์อย่างแน่นอนและการที่ได้นักเตะอย่างเขาไปร่วมทีมถือเป็นการยกระดับเกมรุกได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว…

วิกฤต ช่างปั้นหม้อ ระบบทีมมีปัญหาจูนไม่ติด

ทีม “ช่างปั้นหม้อ” สโต๊ค ซิตี้ เป็นทีมที่ขึ้นชื่อเรื่องว่าเป็นทีมที่มีเสียงเชียร์ที่ดังที่สุดในพรีเมียร์ลีก วิกฤต ช่างปั้นหม้อ ซึ่งจะทำได้ดีเสมอ หากได้เตะที่บริทาเนียร์

หรือชื่อใหม่ตามสปอนเซอร์คือ เบ็ต 365 สเตเดี้ยมนั่นเอง ซึ่งมีมาร์ค ฮิ้วช์ อดีตยอดดาวเตะทีมชาติเวลส์เป็นผู้จัดการทีม ซึ่งถือว่าเป็นการคุมทีมเป็นฤดูกาลที่ 5 แล้ว

โดยยาวนานที่สุดในการคุมทีมสโมสรของเขา เทียบเท่ากับการคุมทีมแบล็คเบิร์น โรเวอร์ส เมื่อปี 2004-2008 ซึ่งจาก 4 ฤดูกาลที่ผ่านมา ผู้จัดการทีมทำผลงานได้ดีเกินคาด

โดยสามารถพาทีมจบครึ่งบนของตารางในสามฤดูกาลแรกที่คุมทีม โดยจบที่อันดับที่ 9 ของตารางทั้ง 3 ฤดูกาล แต่ฤดูกาลล่าสุดกลับทำได้เพียงอันดับที่ 13 เท่านั้น

แต่ก็ไม่ถึงกับต้องลุ้นหนีการตกชั้นอะไรมากมาย ซึ่งก็ถือว่ายังเป็นผลงานที่พอรับได้อยู่

ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา สโต๊ค ซิตี้ ก็เหมือนมีการถ่ายเลือดใหม่ โดยพวกเขาเสียนักเตะที่เป็นตัวหลักในฤดูกาลก่อนๆ ไปหลายรายทีเดียว ทั้งโจนาธาน วอลเตอร์ส

กองหน้าขาลุย เกล็น วีแลน กองกลางตัวเก๋า ฟิล บาร์สลี่ย์ แบ็คขวาจอมบู๊ รวมไปถึงการเสียมาร์โก อเนาโตวิช ตัวรุกคนเก่งชาวออสเตรียที่ย้ายไปเวสต์แฮม ยูไนเต็ด

วิกฤต ช่างปั้นหม้อ

วิกฤต ช่างปั้นหม้อ

ด้วยค่าตัวกว่า 25 ล้านปอนด์ รวมถึงการปล่อยโบยาน เกร์กิช กองหน้าร่างเล็กไปให้กับอลาเบส ทีมในบ้านเกิดของนักเตะยืมตัวด้วย แต่ทีมก็ได้นักเตะมาแทนหลายราย

โดยส่วนใหญ่เป็นการยืมนักเตะมาใช้งานมากกว่า ทั้งเคิร์ต ซูม่า ปราการหลังดาวรุ่งที่ยืมมาจากเชลซี เฆเซ่ โรดริเกซ กองหน้าชาวสเปนที่ยืมจากปารีส แซงต์ แชร์กแมง

โดยมีออปชั่นในการซื้อขาดหากทำผลงานได้ดี โดยได้เควิน วิมเมอร์ กองหลังทีมชาติออสเตรียจากท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ด้วยค่าตัวกว่า 17.5 ล้านปอนด์

รวมไปถึงได้นักเตะที่หมดสัญญาจากสโมสรเก่าอย่างดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ กองกลางตัวเก๋าชาวสก็อตแลนด์ และเอริค มักซิม ชูโป โมติง ตัวรุกชาวแคเมรูนที่หมดสัญญากับชาลเก้ 04 ทีมในเยอรมันด้วย

เริ่มฤดูกาลมาแล้ว 6 นัด แต่สโต๊ค ซิตี้ กลับเก็บไปได้เพียง 5 คะแนนเท่านั้น โดยชนะได้เพียงแค่นัดเดียวเท่านั้น โดยเป็นการเปิดบ้านเฉือนเอาชนะอาร์เซน่อลไปได้ 1-0

จากการทำประตูชัยของเฆเซ่ โรดริเกซ และยังสามารถแบ่งแต้มใหญ่กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดได้ด้วย แต่นอกนั้นกลับแพ้ให้กับนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด เชลซี

และเอฟเวอร์ตัน และเสมอกับเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ทำให้สถานการณ์ของทีมไม่ดีนัก ต้องตกไปอยู่ท้ายตารางในปัจจุบัน…