สรุปผลงานการเสริมทัพ ประจำฤดูกาล 2017/2017 ของทีมใหญ่แห่งพรีเมียร์

วันนี้เราจะมา สรุปผลงานการเสริมทัพ ของบรรดาทีมยักษ์ใหญ่จากพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ว่ามีผลงานเป็นอย่างไรและใครที่สอบผ่านกันบ้างแล้ว

สรุปผลงานการเสริมทัพ พรีเมียร์ ลีก 2017/2018

สรุปผลงานการเสริมทัพ

1.”ไอ้ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล

สำหรับ เดอะ กันเนอร์ส อาร์เซน่อล นั้นยังคงใช้ผู้จัดการทีมคนเดิมคือ อาร์แซน เวนเกอร์ หลังจากที่มีเสียงโหวตจากแฟนบอลจำนวนมากให้ไล่เขาออกไป แต่สุดท้ายเขาก็ได้รับการต่อสัญญากับสโมสรออกไปอีก 2 ปี

ช่วงซัมเมอร์พวกเขาคว้านักเตะชั้นดีเข้ามาสู่ทีมอย่าง อเล็กซ็องดร์ ลากาแซ็ตต์ และ เซอัด โคลาซินัช ซึ่งทั้ง 2 คนก็ต่างทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการก้าวขึ้นมายึดตำแหน่งตัวจริงได้ทันทีโดยเฉพาะ ลากาแซ็ตต์ ที่ฟอร์มดีเหลือเกิน

2.”สิงห์โตน้ำเงินคราม” เชลซี

เชลซี เป็นแชมป์ประจำฤดูกาล 2016/2017 และในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาพวกเขาต้องเสีย ดิเอโก้ คอสต้า หัวหอกเจ้าปัญหาที่กลับไปอยู่กับ แอตเลติโก มาดริด แต่ก็ได้ตัว อัลบาโร่ โมราต้า จาก “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด มาแทนที่ ส่วนนักเตะรายอื่นที่ย้ายเข้ามาก็มีทั้ง ติเอมูเอ้ บากาโยโก้ , อันโตนิโอ รือดิเกอร์ , แดนนี่ ดริ้งค์วอเตอร์ และ วิลลี่ กาบาเยโร่

ซึ่งนักเตะที่ย้ายเข้ามาหลายรายก็ยังทำผลงานได้ไม่ค่อยดีในช่วงแรกแต่พออะไรเริ่มเข้าที่เข้าทางพวกเขาก็เริ่มจะมีฟอร์มการเล่นที่ดีขึ้นอย่าง บากาโยโก้ ส่วนในรายของ แดนนี่ ดริ้งค์วอเตอร์ ยังไม่ใช่ฟอร์มที่ดีที่สุดของเขาหลังจากพึ่งหายจากอาการบาดเจ็บ ส่วน รือดิเกอร์ นั้นยังมีตัดสินไม่ได้

3.”หงส์แดง” ลิเวอร์พูล

ลิเวอร์พูล ได้นักเตะคุณภาพอย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เข้ามาสู่ทีมในช่วงซัมเมอร์และก็ทำผลงานได้ดีช่วง 2-3 เดือนแรกกับทีมแต่ในรายของคนอื่นอย่าง แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ยังแทบไม่ค่อยได้ลงเล่นเนื่องจาก เจอร์เก้น คล็อปป์ ชอบใช้งาน อัลแบร์โต้ โมเรโน่ มากกว่า ส่วนนักเตะค่าตัว 35 ล้านปอนด์อย่าง อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ถือว่ายังเล่นได้ไม่คุ้มค่าตัว

4.แมนเชสเตอร์ ซิตี้

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถือว่าเป็นทีมที่เสริมทัพได้ดีมากที่สุดในบรรดาทีมใหญ่ด้วยกัน นักเตะที่พวกเขาซื้อเข้ามาสามารถผสานการเล่นร่วมกับนักเตะเก่าได้เป็นอย่างดีและน่าจะทำให้มีลุ้นแชมป์กันไปยาวๆ

5.แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

สำหรับ “ปีศาจแดง” ต้องบอกว่าคุ้มทีเดียวที่ยอมทุ่มเงิน 75 ล้านปอนด์ไปคว้าตัว โรเมลู ลูกากู มาจากเอฟเวอร์ตัน ซึ่งเขาก็ยิงประตูได้เยอะและ มาติช ที่ย้ายมาก็เล่นได้ดีมากๆ มีแค่ วิคเตอร์ ลินเดลอฟ รายเดียวที่สอบไม่ผ่าน…

เดอะ กันเนอร์ส พร้อมปล่อย อเล็กซิส ซานเชส หากได้เงิน 30 ล้านปอนด์

กลายเป็นประเด็นให้พูดถึงอีกแล้วสำหรับสโมสร เดอะ กันเนอร์ส อาร์เซน่อล เมื่อล่าสุดมีข่าวว่าพวกเขาอาจจะปล่อยตัว อเล็กซิส ซานเชส ออกจากทีม

เดอะ กันเนอร์ส เล็งปล่อยตัว ซานเชส ให้ทีมอี่นช่วงปีใหม่นี้

เดอะ กันเนอร์ส

จากการเปิดเผยของ เดอะ ซัน สื่อจอมแฉแห่งเกาะอังกฤษ เผยว่า “ไอ้ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล พร้อมที่จะปล่อยตัวนักเตะตัวเก่งอย่าง อเล็กซิส ซานเชส ออกจากทีมในช่วงตลาดนักเตะหน้าหนาวนี้หลังจากที่เขาใกล้จะหมดสัญญากับสโมสรและอาจมีความเสี่ยงที่จะต้องเสียตัวฟรีๆ

นอกจากนี้ยังมีการเผยอีกว่า อาร์เซน่อล พร้อมจะตอบรับข้อเสนอจากสโมสรใดก็ตามที่ยื่นเข้ามาสู่ขอมีมูลค่ามากกว่า 30 ล้านปอนด์ ซึ่งหลังจากจบฤดูกาลนี้ อเล็กซิส ซานเชส จะหมดสัญญากับสโมสรและจะสามารถย้ายทีมได้แบบฟรีเอเยนต์

ประเด็นการย้ายทีมของดาวเตะทีมชาติชิลีวัย 28 ปี รายนี้มีมาตั้งแต่ก่อนตลาดนักเตะช่วงซัมเมอร์จะเปิดตัวขึ้นเสียอีก หลังจากที่ อเล็กซิส ซานเชส ดูจะไม่ค่อยพอใจเกี่ยวกับฟอร์มของทีมและพร้อมจะโยกย้ายไปหาสโมสรที่มีโอกาสจะทำให้เขาประสบความสำเร็จมากกว่านี้

สำหรับอดีตดาวเตะ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า ตอนนี้กำลังตกเป็นเป้าหมายของ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ตอนนี้มีเจ้านายเก่าของเขาอย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุมบังเหียนอยู่และก็มีโอกาสค่อนข้างมากหากทั้งคู่จะได้กลับมาร่วมงานกันอีกครั้งในถิ่น เอติฮัด สเตเดี้ยม ซึ่งทางด้านทีมยักษ์ใหญ่จากแมนเชสเตอร์ก็ไม่มีปัญหาเรื่องเงินอย่างแน่นอนหากจะต้องจ่ายตามที่ อาร์เซน่อล เรียกร้อง

น่าเห็นใจสำหรับแฟนบอล อาร์เซน่อล ที่พวกเขาอาจจะต้องเสียนักเตะคนสำคัญทีเดียวถึง 2 คนด้วยกันโดยยังมี เมซุต โอซิล ที่ตอนนี้อนาคตของเขายังเป็นเครื่องหมายคำถามและเชื่อว่าเขาพร้อมจะย้ายทีมแน่นอนหากมีสโมสรยื่นข้อเสนอเข้ามาและสามารถให้ค่าเหนื่อยได้มากพอตามที่เขาต้องการ

ซานเชส นั้นถือเป็นหัวใจสำคัญในแนวรุกของ “ไอ้ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล นับตั้งแต่ย้ายมาจาก บาร์เซโลน่าร่วมกับ เมซุต โอซิล แต่การที่ อาร์เซน่อล ไม่สามารถทุบเพดานค่าเหนื่อยให้กับนักเตะได้ทำให้เขาจะไม่มีใจที่จะอยู่กับทีมต่อไป

อย่างไรก็ตามเราต้องมาค่อยจับตาดูว่าจะมีสโมสรไหนติดต่อเข้ามาเพื่อซื้อตัวเขาไปร่วมทีม เพราะเชื่อกันว่า อาร์แซน เวนเกอร์ จะไม่ยอมเสียสตาร์ทีมชาติชิลีรายนี้ไปแบบฟรีๆในช่วงซัมเมอร์อย่างแน่นอนและการที่ได้นักเตะอย่างเขาไปร่วมทีมถือเป็นการยกระดับเกมรุกได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว…

เสือใต้เก๋าเกม หลังดวลโทษชนะ แอร์เบ ไลป์ซิก ฉิวเฉียด 5-4 เอฟเบ โพคาล

เสือใต้เก๋าเกม จริงๆหลังสามารถใช้ความนิ่งของนักเตะในการดวลจุดโทษเอาชนะคู่แข่งอย่าง แอร์เบ ไลป์ซิก ไปได้ 5-4 หลังจากที่ทั้งคู่เสมอกันในเวลา 90 นาที

เสือใต้เก๋าเกม เบียดจุดโทษเอาชนะ ไลป์ซิก หืดจับ 5-4

เสือใต้เก๋าเกม

เกม เดเอฟเบ โพคาล รอบสอง เมื่อวันพุธที่ผ่านมาเป็นการพบกันระหว่าง แอร์เบ ไลป์ซิก เปิดสนาม เร้ด บลูล์ส อารีน่า ต้อนรับการมาเยือนของ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค ซึ่งทั้งคู่ก็ต่างทำผลงานได้ดีทั้งคู่กับเกมในลีก

เกมนี้เจ้าถิ่น แอร์เบ ไลป์ซิก ได้ตัวนักเตะคนเก่งอย่าง เอมิล ฟอร์สเบิร์ก กลับมายืนเป็นผู้เล่นตัวจริง ส่วนทางด้าน บาเยิร์น มิวนิค ยังคงใช้งาน โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ในการล่าสกอร์จากคู่แข่ง

นับตั้งแต่เริ่มเกมทั้ง 2 ทีมสู้กันได้อย่างสูสี และเกมส่วนใหญ่มักจะอยู่ในพื้นที่กลางสนามทำให้พวกเขาไม่ค่อยจะมีโอกาสในการทำประตูสักเท่าไหร่

เกมดำเนินมาถึงนาทีที่ 25 เจ้าบ้านได้โอกาสจะแจ้งเป็นครั้งแรกเมื่อ มาร์เซล ซาบิทเซอร์ จ่ายบอลให้กับ เอมิล ฟอร์สเบิร์ก ซัดด้วยเท้าซ้ายเต็มข้อ แต่บอลยังไม่ผ่านนายด่านทีมเยือนอย่าง สเวน อุลไรช์

หลังจากนั้น 2 ทีมก็กลับเข้าสู่ช่วงต่อสู้กันในพื้นที่แดนกลางอีกครั้งก่อนที่เกมจะดำเนินมาถึงช่วงทดเวลาบาดเจ็บครึ่งแรก บาเยิร์น มิวนิค มาได้โอกาสบ้างเมื่อ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ไหลบอลให้ โกร็องแต็ง โตติสโซ่ ที่เติมขึ้นมายิงด้วยซ้ายแต่ ปีเตอร์ กูลัชซี่ ยังเซฟไว้ได้ ทำให้หมด 45 นาทีแรกยังเสมอกันที่สกอร์ 0-0

กลับลงมาเล่นครึ่งหลังเจ้าบ้าน แอร์เบ ไลป์ซิก ต้องมาพบกับปัญหาใหญ่เมื่อ นาบี เกอิต้า กองกลางตัวตัดเกมไปทำฟาร์วรุนแรงใส่ อาร์ตูโร่ วิดาล ทำให้ผู้ตัดสินควักใบแดงไล่ออกจากสนามไป เจ้าบ้านเหลือ 10 คน

“เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค พอได้เปรียบด้านตัวผู้เล่นแล้วก็มาได้จังหวะเสียวนาทีที่ 60 จาก ดาบิด อลาบา จ่ายบอลต่อให้ คิงสเล่ย์ โกมัน กดด้วยซ้ายบอลพุ่งเข้ากรอบแต่ กูลัชซี่ ยังเซฟไว้ได้

หลังจากนั้นไม่นานทีมเยือนก็ต้องมาเสียจุดโทษจากจังหวะที่ โจโรม บัวเต็ง ไปทำฟาร์วใส่ ยุสซุฟ โพลเซ่น และเป็น เอมิล ฟอร์สเบิร์ก ลุกขึ้นมารับหน้าที่สังหารก่อนจะส่งเจ้าบ้านออกนำ 1-0 แบบเฉียบขาด

เจ้าบ้าน ดีใจได้ไม่นานก็มาเสียประตูตีเสมอจาก บัวเต็ง เปิดบอลให้ ติกาโก อัลกันตาร่า หลุดเข้าไปโหม่งจ่อๆ บาเยิร์น มิวนิค ตีเสมอได้ 1-1 หลังจากนั้นก็จบ 90 นาทีด้วยสกอร์นี้ ก่อนที่ บาเยิร์น จะเอาชนะด้วยการดวลจุดโทษ 5-4…

ไก่เดือยทองช็อก นำ 2 ลูกก่อนถูก “ขุนค้อน” ทุบนิ่ม 3-2 คาราบาว คัพ

เกม คาราบาว คัพ ทำให้ ไก่เดือยทองช็อก อย่างหนักเมื่อพวกเขาขึ้นนำแบบสบายๆก่อน 2-0 ก่อนจะมาถูกทีมเยือน เวสต์แฮม เอาชนะไปได้ 3-2

ไก่เดือยทองช็อก คาเวมบลีย์ นำก่อน 2 ตุงก่อนโดนแซงแพ้คารัง

ไก่เดือยทองช็อก

“ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ทีมอันดับที่ 3 ของศึกพรีเมียร์  ลีก จะต้องเปิดสนาม เวมบลีย์ สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ “ขุนค้อน” เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ในถ้วย คาราบาว คัพ

เจ้าถิ่นเกมนี้จะหมดสิทธิ์ใช้งาน วิคเตอร์ วานยาม่า ห้องเครื่องตัวเก่ง และก็ได้พัก แฮร์รี่ เคน ไว้ในม้านั่งสำรอง ทางด้าน แฮร์รี่ วิงค์ส ,ดาวินซอน ซานเชส และ คริสเตียน อิริคเซ่น ก็เป็นแค่สำรองในเกมนี้

ทางด้านทีมเยือนได้ แอนดี้ แคร์โรลล์ กลับมายืนเป็นหน้าเป้า เกมเริ่มได้แค่ 6 นาที ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ออกนำก่อนจากจังหวะที่ ซน ฮึงมิน จ่ายบอลหักเข้ากลางให้ มุสซ่า ซิสโซโก้ ที่เติมขึ้นมาพาบอลเข้ากรอบเขตโทษไปเดี่ยวๆกับผู้รักษาประตูก่อนจะจิ้มหัวเกือกเข้าไปไม่พลาด เจ้าบ้านนำ 1-0

เกมดูเหมือนจะเป็นใจไปหมด สเปอร์ เกือบได้ประตูจากจังหวะที่ คีแรน ทริปเปียร์ เปิดบอลเข้ากลางให้ เดเล่ อัลลี่ โหม่งเช็ดนิดนึงแต่ผู้รักษาประตู เวสต์แฮม ยังปัดไว้ได้

เกมดำเนินมาถึงนาทีที่ 37 เจ้าบ้านทิ้งห่างเป็น 2-0 จนได้จากการเติมเกมของ แดนนี่ โรส จ่ายบอลให้กับ ซน ฮึงมิน ก่อนจะเล่นชิ่งกันกับ เดเล่ อัลลี่ ปั่นด้วยขวาบอลแล้วเข้าเสีบบเสาสองเข้าไปไม่เหลือจบเกมครึ่งแรกด้วยสกอร์เท่านี้

เริ่มครึ่งหลังมาได้แปปเดียว ทีมเยือนมาไล่ตีไข่แตกได้จังหวะที่ เบน เดวิส โหม่งไม่ดีบอลไปเข้าทาง เอดิมิลสัน เฟร์นานเดส ยิงด้วยเท้าขวาบอลพุ่งแต่ มิเชล ฟอร์ม ยังปัดไว้ได้ก่อนบอลจะกระฉอกมาเข้าทาง อังเดร อายิว ตามซ้ำเข้าไปไม่เหลือ

นาทีที่ 60 เวสต์แฮม ตีเสมอได้สำเร็จเมื่อ แอนดี้ แคร์โรลล์ โหม่งบอลเช็ดเข้าไปในเขตโทษให้ มานูเอล ลันซินี่ ดีดต่อให้กับ อังเดร อายิว ที่สอดขึ้นมาเข้าฮอสไม่เหลือ เสมอกัน 2-2

ทีมเจ้าบ้านเกือบออกนำอีกครั้งจาก ซิสโซโก้ เปิดบอลให้ เดเล่ อัลลี่ ยิงด้วยเท้าขวาในกรอบเขตโทษแต่ติดเซฟนายทวารทีมเยือน

และแล้ว “ขุนค้อน” ก็มาได้ประตูชัยในนาทีที่ 70 มานูเอล ลันซินี่ เปิดลูกเตะมุมจากซ้ายมาทางเสาแรก อันเจโล่ อ็อกบอนน่า วิ่งสลัดหนีตัวประกบก่อนโฉบโหม่งที่เสาแรกเข้าไปไม่เหลือ ทีมเยือนพลิกแซงนำ 3-2

ท็อตแน่ม ฮ็อตสปอร์ พยายามทวงประตูคืนหลายครั้งก่อนที่จะจบ 90 นาที ไปด้วยสกอร์นี้ เวสต์แฮม ผ่านเข้ารอบไป

 …

สิงห์โตน้ำเงินคราม เฮสนั่น เฉือน “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” 2-1 คาราบาว คัพ

สิงห์โตน้ำเงินคราม เป็นอีกทีมที่สามารถผ่านเข้ารอบ คาราบาว คัพ รอบ 4 ทีมได้สำเร็จหลังจากที่เอาชนะทีม เอฟเวอร์ตัน ได้แบบหืดจับ 2-1

สิงห์โตน้ำเงินคราม เบียด เอฟเวอร์ตัน ท้ายเกมเข้ารอบ คาราบาว คัพ

“ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน เกมนี้ไม่มี โรนัลด์ คูมัน คอยคุมทีมอีกแล้วโดยใช้ เดวิด อันส์เวิร์ธ คุมทีมแทนชั่วคราว ด้านตัวผู้เล่นไม่มีปัญหาใดๆทั้งสิ้น

เชลซี เกมตี้ให้ มิชี่ บาตซูอายี่ ลงล่าตาขายตัวจริง ร่วมกับ วิลเลี่ยน และ ชาร์ลี มูซอนด้า เริ่มเกมแค่ 4 นาทีทีมเยือนได้ทักทายก่อนจาก จอนโจ เคนนี่ จ่ายต่อให้กับ เวย์น รูนี่ย์ ซัดด้วยขวาแต่ติดบล็อคกองหลัง เชลซี

เชลซี เริ่มตั้งเกมได้ดีขึ้นและมาได้ประตูขึ้นนำในนาทีที่ 26 เมื่อ ชาร์ลี มูซอนด้า เปิดลูกเตะมุมไปให้ อันโตนิโอ รือดิเกอร์ โขกย้อนศรเข้าไปเสาแรกเข้าไปไม่เหลือเจ้าบ้านออกนำก่อน 1-0

ถัดมาแค่ 2 นาที เชลซี เกือบจะหนีห่างได้อีกครั้งจาก ดาวิเด้ ซัปปาคอสต้า ปั่นฟรีคิกแต่บอลหลุดกรอบไปชนิดที่ว่าได้ลุ้นกันเลยทีเดียว

รูปเกมโดยร่วมแล้วยังเป็นเจ้าบ้านที่ได้ครองบอลและคอนโทรลเกมได้มากกว่า เอฟเวอร์ตัน ถึงแม้ว่าทีมเยือนจะได้สวนบ้างแต่ก็ไม่ใช่จังหวะอันตรายก่อนที่ “สิงห์บลูส์” จะพยายามหาช่องบุกแบบไม่รีบแต่ก็ทำประตูเพิ่มไม่ได้จบครึ้งแรกด้วยสกอร์ 1-0

เริ่มเกมครึ่งหลัง เอฟเวอร์ตัน เกือบจะตีเสมอได้สำเร็จจากจังหวะที่ เควิน มิรัลลาส โหม่งต่อให้ เวย์น รูนี่ย์ ได้ยิงด้วยเท้าซ้าย แต่ วิลลี่ กาบาเยโร้ ยังพุ่งปัดออกไปได้

ทีมเยือนเริ่มคึกคักมากขึ้นได้ลุ้นอีกครั้งในนาทีที่ 67 เลห์ตัน เบนส์ แบ็กซ้ายตัวเก่ง เปิดบอลจากทางซ้ายเข้ากลางให้ ฟิล จากีลก้า กองหลังกัปตันทีมที่เติมขึ้นมาโหม่งเต็มๆ แต่ วิลลี่ กาบาเยโร่ ยังเซฟไว้ได้อย่างเหนียวแน่นทีเดียว

เกมยังเป็นทีมเยือนที่เริ่มจะบุกได้มากขึ้นและเริ่มหาช่องเจาะได้มากขึ้นแล้วจนมาถึงนาทีที่ 68 เควิน มิรัลลาส จ่ายบอลให้ อเดโมล่า ลุคแมน ได้ยิงด้วยเท้าซ้าย วิลลี่ กาบาเยโร่ หมดสิทธิ์เซฟแล้วแต่บอลแรงไปเหินไปชนคานเต็มๆ

ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เชลซี มาได้ประตูปิดตาย จากการเล่นกัน 2 คนระหว่าง เชส ฟราเบกาส กับ วิลเลี่ยน ที่เล่นชิ่งกันบริเวณเขตโทษฝั่งซ้ายก่อนจะเป็น วิลเลี่ยน เอี้ยวมตัวปั่นบอลโค้งเสียบเสาสองเข้าไป

“ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” มาได้ประตูปลอบใจจากการยิงด้วยเท้าซ้ายของ โดมินิก คัลเวิร์ต-เลวิน แต่ก็ทำได้แค่นี้จบเกมส์ เชลซี เอาชนะ เอฟเวอร์ตัน ไปได้ 2-1…

สิงห์บลูส์ หวิดเจ็งคารัง อาซาร์ ซัดเบิ้ลไล่เจ๊า โรม่า สุดมัน 3-3

สิงห์บลูส์ เชลซี เกือบตายคารัง สแตมฟอร์ด บริดจ์ แล้วเมื่อล่าสุดพวกเขาเสมอกับ “หมาป่าเหลือง-แดง” โรม่า แบบสุดมัน 3-3 เกมนี้ อาซาร์ เหมาคนเดียว 2 ประตู

อาซาร์ กู้ชีพ สิงห์บลูส์ ไล่ตีเสมอ โรม่า มันหยด 3-3

สิงห์บลูส์

เกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่สนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ เป็นการพบกันของ 2 ยักษ์ใหญ่จากกลุ่มซี โดย เชลซี จะเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ “หมาป่ากรุงโรม” โรม่า จากอิตาลี

ทีมของ อันโตนิโอ คอนเต้ ฟอร์มไม่ค่อยดีเท่าไหร่หลังจากแพ้ใน พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ มาแล้ว 2 นัดติดต่อกัน เกมนี้ขาด วิคเตอร์ โมเสส, เอ็นโกโล่ กองเต้ และ แดนนี่ ดริ้งค์วอเตอร์ ที่บาดเจ็บทั้งหมด แนวรุกใช้ เอแด็น อาซาร์ และ อัลบาโร่ โมราต้า ในการทำเกมรุก

ทีมเยือน โรม่า เกมนี้ไม่ได้ใช้งาน คอสตาส มาโนลาส หลังจอมแกร่งที่บาดเจ็บ นอกจากนี้ยังมี ปาทริค ชิค ที่เจ็บอยู่ก่อนแล้วด้วย แนวรุกใช้ ดีเอโก้ เปร็อตติ ร่วมกับ เอดิน เซโก้ ลาตาข่าย

เกมเริ่มมาแบบดุเดือดเลย 5 นาทีเจ้าบ้านได้จังหวะก่อนจาก เอแด็น อาซาร์ จ่ายบอลให้ อัลบาโร่ โมราต้า ยิงแปด้วยเท้าขวาบอลไปตรงตัว อลิสซอน ผู้รักษาประตูทีมเยือน

เชลซี ยังขึงทำเกมรุกได้มากกว่าทีมเยือนและมาออกนำได้ในนาทีที่ 11 จาก ฮวน เฮซุส สกัดบอลไม่ได้ก่อนที่ ดาวิด ลุยซ์ จะเก็บได้และปั่นด้วยขวาบอลตุงตาข่ายเข้าไป 1-0

หลังจากนั้น 10 นาที ฮวน เฮซุส คนเดิมสกัดบอลไม่ดีอีกแล้วคราวนี้เป็น เอแด็น อาซาร์ เก็บได้ ก่อนกระชากไปยิงด้วยขวาบอลพุ่งเฉี่ยวเสาออกไป

นาทีที่ 37 เจ้าบ้านหนีห่างเป็น 2-0 อัลบาโร่ โมราต้า ยิงบอลไปโดนกองหลังทีมเยือนก่อนที่ เอแด็น อาซาร์ จะตามซ้ำจ่อๆเข้าไปไม่เหลือ

ช่วงท้ายครึ่งแรก โรม่า มาได้ประตูตีไข่แตกจาก อเล็กซานดาร์ โคลารอฟ ยิงด้วยซ้ายไปแฉลบ คริสเตียนเซ่น นิดนึงเปลี่ยนทางเข้าประตูไป 2-1

กลับลงมาเล่นครึ่งหลัง เชลซี ยังคงทำเกมรุกกันอย่างสนุกสนานและส่ง เปโดร โรดริเกซ ลงมาเป็นสำรองก่อนที่จะไหลบอลให้ บากาโยโก้ ยิงจากแถวสองบอลเหินข้ามคาน

นาทีที่ 64 เจ้าบ้านมาเสียประตูตีเสมอจนได้เมื่อ เฟเดริโก้ ฟาซิโอ วอลบอลยาวให้ เอดิน เซโก้ วอลเล่ย์ ด้วยซ้ายแบบไม่จับบอลพุ่งเสียบตาข่ายแบบสวยงาม เสมอกัน 2-2…

เปแอสเชโชว์โหด ไล่ถล่ม อันเดอร์เลชท์ ยับเยิน 0-4 แชมเปี้ยนส์ ลีก

แนวรุก เปแอสเชโชว์โหด ในเกมนี้โชว์ให้เห็นถึงศักยภาพที่เปี่ยมล้นด้วยการบุกถล่ม อันเดอร์เลชท์ คาบ้าน ด้วยสกอร์ 0-4 ที่สนาม กงสต็องต์ ฟานเด้น สต็อค สเตเดี้ยม

เปแอสเชโชว์โหด ฟอร์มสด บุกเอาชนะ อันเดอร์เลชท์ ถึงถิ่น 0-4

เปแอสเชโชว์โหด

อันเดอร์เลชท์ ในเกมนี้จะเปิดสนาม กงสต็องต์ ฟานเด้น สต็อค สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง จากฝรั่งเศษ ในรอบแบ่งกลุ่ม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

เกมนี้เจ้าบ้านได้ สเวน คุมส์ กลับมาการพ้นโทษแบนและลงสนามเล่นกับ เดนนิส อัปเปียห์ และ อาเดรียง เตรแบล

ทางด้านทีมเยือนจากฝรั่งเศษเกมนี้ ใช้งาน 3 ประสานแนวรุกอย่าง เอดิสัน คาวานี่ ,เนย์มาร์ และ คีลิยัน เอ็มปัปเป้ แดนกลางวาง มาโก แวร์รัตติ ,เลย์วิน กูร์กซาว่า และ ติอาโก้ มอตต้า

ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ออกนำอย่างรวดเร็วแค่ 3 นาทีเท่านั้นจาก มาร์โก แวร์รัตติ เล่นชิ่งกับ คีลิยัน เอ็มปัปเป้ ก่อนที่หัวหอกเลือดน้ำหอมจะหลุดไปยิงด้วยขวาบอลลอดขา มัตซ์ เซลส์ ผู้รักษาประตูเจ้าบ้านเข้าไป

เกมเริ่มาได้ 32 นาที ทีมเยือนเกือบจะต้องเสีย อาเดรียง ราบิโอต์ เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บบริเวณข้อเท้าซ้ายแต่แพทย์อนุญาติให้กลับมาลงสนามได้

ก่อนจะหมดครึ่งแรกในนาทีที่ 44 ปารีส แซงต์-แชร์กแมง หนีห่างเป็น 2-0 เนย์มาร์ ได้ยิงจากระยะ 20 หลา แต่บอลไปติดผู้รักษาประตูปัดออกมาก่อน เอ็มปัปเป้ จะโหม่งต่อให้ เอดิสัน คาวานี่ กองหน้าตัวเก๋ง โหม่งระยะเผาขนเข้าไปไม่เหลือ ทีมเยือนนำ 0-2

ลงมาเล่นครึ่งหลังยังเป็นเป็น ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ที่ทำได้ดีกว่าในทุกส่วนของสนาม นาทีที่ 57 คาวานรา ได้ยิงด้วยซ้ายจากด้านขวาบอลเข้าประตูไปแต่ผู้ตัดสินไม่ให้ เนื่องจากมองว่าหัวหอกรายนี้ล้ำหน้า

นาทีที่ 62 โซฟิยาน อานนี่ กัปตันทีม อันเดอร์เลชท์ ได้จังหวะยิงฟรีคิกด้วยเท้าขวาระยะ 20 หลา แต่ อาเรโอล่า นายทวารทีมเยือนจังปฏิเสธไว้ได้

หลังจากนั้นไม่นานทีมเยือนมาทำประตู 3-0 ได้สำเร็จจาก เนย์มาร์ ที่ยิงฟรีคิก ระยะ 20 หลา บอลพุ่งเข้าเสียบเสาแรกเข้าไปอย่างสวยงามทีเดียว

ทีมเยือนยังเดินหน้าบุกแหลก คาวานี่ ได้ยิงจากบริเวณกรอบเขตโทษด้านขวา แต่ผู้ตัดสินยังชี้ว่าเป็นลูกล้ำหน้าอีกครั้งหนึ่ง

ช่วงท้ายเกมนาทีที่ 82 อัลเคล ดิ มาเรีย ที่ลงมาเป็นสำรองจ่ายบอลให้ เอ็มปัปเป้ ยิงด้วยซ้าย บอลพุ่งแรงแต่ไปชนเสา

สุดท้ายมาได้ประตูปิดกล่องจาก อังเคล ดิ มาเรีย ที่กระชากยิงในนาทีที่ 88 ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เอาชนะไปได้ 4-0…

มนุษย์ต่างดาวโชว์เทพ ทั้งยิงทั้งจ่ายช่วย บาร์เซโลน่า ทุบ โอลิมเปียกอส

เกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม ดี เป็นการพบกันระหว่าง “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า ที่เปิดบ้านรับการมาเยือนทีมจากกรีซก่อนที่ มนุษย์ต่างดาวโชว์เทพ

มนุษย์ต่างดาวโชว์เทพ ช่วยทีมทั้งยิงและจ่าย

มนุษย์ต่างดาวโชว์เทพ

เกมที่สนาม คัมป์ นู เป็นการพบกันระหว่าง “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า ที่จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของ โอลิมเปียกอส สโมสรชื่อดังจากประเทศกรีซ โดยเจ้าบ้านหวังได้ 3 คะแนนเท่านั้นจากเกมนี้

แนวรุกเจ้าบ้านใช้งานทั้ง ลิโอเนล เมสซี่ ประสานงานร่วมกับ หลุยส์ ซัวเรส ลงล่าตาข่าย แดนกลางยังคงใช้ อิวาน ราคิติช และ เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ และ อันเดรียส อินเนียสต้า ประสานงานกัน

“เจ้าบุญทุ่ม” ได้เปิดฉากก่อนจากจังหวะที่ เคราร์ด เดวโลเฟว เปิดบอลเข้ามาให้ ซามูแอล อุมติตี้ กองหลังประจำทีม ที่เติมเข้ามาโหม่งเช็ดบอลเกือบเข้าประตู

เจ้าบ้านยังคงเล่นเกมบุกได้เหนือกว่าโดยมาออกนำ 1-0 จนได้จากจังหวะที่ ดิมิตริส นิโคลาอู สกัดบอลได้ไม่ดีทำให้บอลไหลเข้าประตูตัวเองไป บาร์เซโลน่า นำ 1-0

ช่วงท้ายครึ่งแรก บาร์เซโลน่า เจ้าบ้านต้องมาเหลือ 10 คนจากจังหวะที่ เปิดบอลจากด้านขวาเข้ามาในกรอบเขตโทษ เคราร์ด ปีเก้ กองหลังตัวเก่ง วิ่งสลัดหนีตัวกระกบขึ้นมาพร้อมจะเข้าชาร์จแต่ ผู้ตัดสินมองว่าจงใจใช้มือในการเล่นด้วยทำให้เขาถูกใบเหลืองที่ 2 ไล่ออกจากสนามไปในที่สุดทำและจบครึ่งแรกด้วยสกอร์ 1-0 และเหลือผู้เล่นแค่ 10 คน เท่านั้น

ครึ่งหลังเจ้าบ้านถึงแม้ว่าตัวผู้เล่นจะน้อยกว่าแต่ยังคงครองบอลได้มากกว่าทีมเยือนและมาได้ประตูหนีห่างเป็น 2-0 ในนาทีที่ 61 จากจังหวะฟรีคิก ลิโอเนล เมสซี่ ปั่นบอลโค้งด้วยเท้าซ้ายข้างถนัดบอลเสียบตาข่างไปแบบสวยงาม

ทีมเยือนดูจะช็อกลงไปมากถัดมาแค่ 3 นาทีเท่านั่นมาโดนประตู 3-0 จากการที่ ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้าอัจฉริยะ ลากบอลเข้าหากองหลังก่อนจ่ายต่อให้ ลูก้าส์ ดีญ ที่เติมขึ้นมาทางด้านซ้ายและแข้งเลือดน้ำหอมก็สังหารด้วยซ้ายข้างถนัดเต็มข้อเข้าไปไม่เหลือ เจ้าบ้านออกนำ 3-0

โอลิมเปียกอส มาได้ประตูตีไข่แตกจากจังหวะที่ ดิมิตริส นิโคลาอู ที่ช่วยยิงไล่ให้กับทีมเยือนตามมาห่างๆ 3-1 แต่สุดท้ายก็ไม่ทันจบ 90 นาทีด้วยชัยชนะของ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า 3-0

เกมนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดว่าทั้งเรื่องศักยภาพของตัวผู้เล่นและแผนการเล่นของทั้ง 2 ทีมนั้น ยังต่างชั้นกันค่อนข้างเยอะและโอกาสในการเข้ารอบต่อไปของ อัลซูลกราน่า ก็สดใสมากขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน…

ตราหมี ยังชนะไม่เป็นหลังบุกไปเสมอ คาราบัก ถึงถิ่น 0-0

ตราหมี แอตเลติโก มาดริด ทีมแกร่งจาก ลา ลีกา สเปน ยังคงหาชัยชนะใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไม่ได้ล่าสุดพวกเขาพึ่งจะบุกไปเสมอกับ คาราบัก 0-0

ตราหมี ต้องเร่งฟอร์มเก่งโดยด่วนหากหวังเข้ารอบ แชมเปี้ยนส์ ลีก

ตราหมี

คาราบัก ทีมดังจาก อาเซอร์ไบจาน จะต้องเปิดสนาม บากิ โอลิมปิย่า ต้อนรับกมาเยือนของ “ตราหมี” แอตเลติโก มาดริด ทีมจอมแกร่งแห่ง ลา ลีกา สเปน

ผ่านมาแล้ว 2 เกมสำหรับ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กับทีม แอตเลติโก มาดริด พวกเขายังไม่ชนะใครเลย เกมนี้ไม่มีสิทธิ์ใช้งาน เอากุสโต้ เฟร์นานเดซ ที่ได้รับบาดเจ็บ ส่วนนักเตะตัวหลักคนอื่นๆยังพร้อมที่จะลงสนามในเกมนี้ กองหน้าใช้ อ็องตวน กรีซมันน์ และ เควิน กาเมโร่ ลงล่าตาข่าย

เริ่มเกมมาถึงนาทีที่ 12 เจ้าถิ่น คาราบัก ได้จังหวะก่อนจาก มาเฮียร์ เมดาตอฟ พาบอลตะลุยขึ้นมาก่อนจะจ่ายต่อให้ ริชาร์ด อัลเมยด้า ซัดด้วยซ้ายเต็มแรงแต่ยังติดบล็อคผู้เล่นทีมเยือน

เกมดำเนินมาถึงนาทีที่ 25 แอตเลติโก มาดริด เริ่มตั้งตัวได้และจังหวะบ้างจาก ฟิลิปเป้ หลุยส์ เติมขึ้นมาทางซ้ายก่อนจะเปิดให้ นิโกลัส ไกตัน ตะบันด้วยเท้าซ้ายแต่บอลเหินข้ามคานออกไป

เกมยังคงมาในรูปแบบอึดอัดกันทั้ง 2 ฝ่ายเพราะต่างก็กลัวจะโดนยิงประตูขึ้นนำไปก่อนทำให้พวกเขาเล่นกันแบบระมัดระวังกันมากเกินไป

นาทีที่ 36 แอตเลติโก มาดริด มีโอกาสขึ้นนำอีกครั้งจาก ดิเอโก้ โกดิน โหม่งเช็ดให้ ซาอูล ญีเกซ ขึ้นโหม่งเน้นๆแต่บอลยังไม่ผ่านมือ อิบราฮิม เซอิซ ผู้รักษาประตูของเจ้าบ้าน

เกมใกล้จะหมดครึ่งแรกในนาทีที่ 43 เจ้าบ้านได้ลุ้นบ้างจากจังหวะที่ อันซี่ อโกลลี่ ลองยิงไกลด้วยเท้าขวาบอลยังเหินข้ามคานออกไปแบบไม่ได้ลุ้น ทำให้ทั้ง 2 ทีมจบครึ่งแรกกันไปด้วยสกอร์ 0-0

เริ่มเกมมาครึ่งหลัง เจ้าบ้านยังมีจังหวะน่ากลัวให้เห็นในนาทีที่ 63 มาเฮียร์ เมดาตอฟ พาบอลขึ้นมาอีกครั้งก่อนจ่ายต่อให้ ริชาร์ด อัลเมยด้า ยิงด้วยซ้ายแต่ยังติดเซฟของ ยาน โอบลัค จอมหนึบทีมเยือน

นาทีที่ 71 คาราบัก ยังได้เสียวอีกเมื่อ มาเฮียร์ เมดาตอฟ พาบอลแหวกกองหลังก่อนแทงบอลทะลุช่องหใ ดิโน่ เอ็นโลวู ได้ยิงด้วยซ้ายบอลโด่งเหินข้ามคานออกไป

เจ้าบ้านต้องมาเหลือ 10 คนในนาทีที่ 75 เมื่อ ดิโน่ เอ็นโลวู ไปพุ่งล้มจะเอาจุดโทษทำให้ผู้ตัดสินควักใบเหลืองและเป็นใบเหลืองที่ 2 ของเจ้าตัวทำให้โดนใบแดงไล่ออกจากสนามไปทันทีและจบเกมส์ด้วยสกอร์ 0-0 แบบจืดชืด

 …

เปแอสเช แนวรุกพร้อมชน เปิดบ้านรับการมาเยือนจาก นีซ

เปแอสเช ของกุนซืออย่าง อูไน เอเมรี่ เกมนี้จะลงนำทีมพบกับ นีซ ทีมแกร่งจากลีกเอิงด้วยกัน แต่เกมนี้พวกเขาจะไม่ได้ใข้งาน เนย์มาร์ ที่โดนใบแดงจากเกมที่แล้ว

เปแอสเช ยังดูดีกว่าพร้อมเปิดบ้านฉะ นีซ

เปแอสเช

เกมวันศุกร์ที่จะถึงนี้เป็นการพบกันระหว่าง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ที่จะเปิดสนาม ปาร์ก เดส์ แพร็งซ์ ต้อนรับการมาเยือนของ นีซ ทีมดังจากลีกเดียวกันที่มี มาริโอ บาโลเตลลี่ อยู่ในทีม

แมตช์นี้เจ้าบ้านจะไม่มีสิทธิ์ใช้งาน เนย์มาร์ สตาร์กองหน้าชาวแซมบ้าที่ได้รับใบแดงจากนัดที่แล้ว แต่มีข่าวดีคือจะได้ ดานี่ อัลเวส แบ็กขวาจอมบุกกลับมาจากอาการบาดเจ็บ และ โธมัส เมอริเย่ร์ แบ็กขวาดาวรุ่งก็พร้อมลงสนามเช่นเดียวกัน

เนย์มาร์ ถูกใบแดงไล่ออกจากสนามในนัดที่แล้วที่เจอกับ โอลิมปิก มาร์กเซย โดยเขาดันเอาหัวไปโขกกับ ลูคัส โอคัสโปส ปีกของเจ้าถิ่นและโดนไล่ออกในนาทีที่ 87

ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ภายใต้การคุมทัพของ อูไน เอเมรี่ ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมตอนนี้พวกเขาไม่แพ้ใครเลยมา 18 นัดติดต่อกันแล้วจากการลงเล่นทุกรายการอีกทั้งพวกเขายังเป็นเพียงแค่ทีมเดียวเท่านั้นจากลีกเอิง ฝรั่งเศษ ที่ยังไม่เคยแพ้ใครเลย

สถิติการพบกันระหว่าง 2 ทีมนี้ ณ สนาม ปาร์ก เดส์ แพร็งซ์ ตั้งแต่ปี 1932 พวกเขาลงเล่นกันมาแล้วทั้งหมด 33 เกม เจ้าบ้าน เปแอสเช เอาชนะไปได้ 15 และยิงมากถึง 53 ประตู เสมอ 10 และทีมเยือน นีซ ชนะ 8 ครั้งทำได้ 41 ประตูเท่านั้น

ผลงานปัจจุบันของ นีซ พวกเขาฟอร์มไม่ดีนักจนรั้งอันดับที่ 14 ลูเซียง ฟาฟร์ นำทีมแพ้มาแล้ว 4 เกมด้วยกันทางด้านตัวผู้เล่นในเกมนี้จะหมดสิทธิ์ใช้งาน ฌอง-มิเชล เซรี กองกลางตัวเก่ง ที่ได้รับบาดเจ็บบริเวณขา และยังมี มิกกาแอล เลอ บีอ็อง ที่รับบาดเจ็บบริเวณหน้าแข้ง ซางทั้ง 2 รายนี้ต้องพักเกือบเดือนขึ้นไปทั้งนั้น

เกมนี้คาดว่าเขาจะวาง มาริโอ มาโลเตลลี่ เป็นกองหน้าตัวความหวังที่พึ่งหายจากอาการบาดเจ็บน่อง และก็ไม่ได้ลงเล่นในเกมที่แล้วด้วยและมีตัวอย่าง อัลลัน แซงต์-มักซีแม็ง ที่พร้อมลงสนามเช่นเดียวกัน คาดว่าจะมาในระบบ 5-3-2

มาร์ลอร ซานโต๊ส กับ ดันเต้ บอนฟิม ยังคงเป็นกองหลังตัวเก่งจากบราซิลที่เป็นคีย์แมนในแดนหลัง แต่จากตัวผู้เล่นกับฟอร์มแบบนี้แล้วคิดว่า ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ที่ไม่ต่อให้ไม่มี เนย์มาร์ ก็น่าจะเอาชนะไปได้แบบไม่ยากเย็นนัก

 …